เควิน เดอ บรอยน์เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ชาวเบลเยียมที่เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์

การเล่นให้สโมสรและผลงาน

เดอ บรอยน์ เกิดในวันที่ 28 มิถุนายน 1991 ที่เมืองดรองเกน ประเทศเบลเยียมและมีส่วนสูง 1.81 เมตร
เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับทีมเยาวชนของ KVV Drongen ต่อมาย้ายไปเล่นให้กับเก็นต์และเจนค์ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเจนค์ในปี 2008 และช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกเบลเยียมในฤดูกาล 2010-2011 หลังจากนั้น เขาย้ายไปเล่นให้กับเชลซีแต่ไม่ได้รับโอกาสมากนัก และถูกปล่อยให้แวร์เดอร์ เบรเมนยืมตัว จากนั้นเขาได้ย้ายไป VfL โวล์ฟสบวร์ก และมีบทบาทสำคัญในการชัยชนะในการแข่งขัน DFB-Pokal ปี 2014-2015 ในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 เขาได้ย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ซิตีด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติของสโมสรในตอนนั้นยัง ค่าตัว 54 ล้านปอนด์ และได้พาทีมคว้าแชมป์ลีกหลายสมัย, รวมถึง UEFA Champions League และอื่นๆ อีกมากมาย

เควิน เดอ บรอยน์

เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ของยุคนี้และเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก และได้รับการพรรณนาจากผู้วิจารณ์ว่าเป็น “นักฟุตบอลที่ครบเครื่อง” เขาเคยชนะตำแหน่ง “Premier League Playmaker of the Season” สามครั้ง และ “PFA Players’ Player of the Year” สองครั้ง นอกจากนี้เขายังได้อีกหลายครั้งทั้งจากการเล่นในสโมสรและระดับนานาชาติ

อาชีพในทีมชาติ

เกฟิน เดอ เบรยเนอมีผลงานในทีมชาติเบลเยียมที่โดดเด่นไม่แพ้กัน เขาทำประตูให้ทีมชาติไปแล้ว 26 ประตู และได้เล่นในทีมชาติมาแล้วกว่า 90 นัดเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเบลเยียมที่ไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกปี 2014 และยูโร 2016 ทั้งยังอยู่ในทีมที่ชนะอันดับที่สามของฟุตบอลโลกปี 2018การมีนักเตะระดับโลกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ในทีมชาติเบลเยียมเป็นเครื่องการันตีถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพในการคว้าชัยชนะสำหรับทีมฟุตบอลชาติเบลเยียม

แมนซิตี้

ความสำเร็จในอาชีพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เดอ บรอยน์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผลงานอันโดดเด่นที่เขามีบทบาทสำคัญช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์ หลายรายการ รวมถึงการชนะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกห้าครั้ง, และลีกคัพห้าครั้ง รวมทั้งยังช่วยให้ทีมได้ 100 คะแนนในฤดูกาลเดียวของพรีเมียร์ลีก ทำให้เขาได้รับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของฤดูกาล ในเกมพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

เดอ บรอยน์ มีสถิติการเล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยมตั้งแต่ปี 2010 และได้รับการคัดเลือกเข้าทีมที่ไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศทั้งในเวิลด์คัพ 2014 และยูโร 2016 เขาได้รับการยอมรับในฐานะนักเตะที่มีความสามารถในการเล่นฟุตบอลระดับโลกผ่านรางวัลหลายรายการที่ได้รับ

แมนซิตี้

ความเห็นจากบุคคลต่างๆ

หลายคนเห็นว่า เดอ บรอยน์ คู่ควรที่จะได้รับการพิจารณาว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกหลังจากที่เขาแสดงพรสวรรค์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจถึงแม้จะมีการถกเถียงบางส่วนในเรื่องของการจัดอันดับนักเตะในพรีเมียร์ลีกอีกทั้งยังถูกชื่นชมอย่างมากจากประสิทธิภาพในฤดูกาล 2022/23

Tags : , , , , ,